วันศุกร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2553

การดูแลเสื้อผ้า



เสื้อผ้าของคุณจะมองดูสวยงามและทนทาน ควรดูแลรักษาดังนี้คือ

1.แขวนเสื้อผ้าในไม้แขวนเสื้อให้ถูกวิธี ซักรีด รักษาให้สะอาดอยู่เสมอ

2.ควรจะแขวนเสื้อชุด หรือเสื้อโค้ทในทันทีที่ถอดออกจากตัว

3.ไม่ควรวางพาดไว้บนเก้าอี้เป็นเวลาหลายชั่วโมง

4.ติดกระดุมหรือรูดซิปขึ้นเพื่อให้ได้รูปทรง

5.ใช้แปรงขนสัตว์ปัดฝุ่นอย่างระมัดระวังหลังจากสวมใส่แล้ว เป็นการปัดฝุ่นออกทันทีที่ใช้เสร็จดีกว่าปล่อยให้ฝุ่นเกาะฝังลึก ฝุ่นหรือคราบสกปรกต่าง ๆ ให้ขจัดออกทันที่ที่รอยเปื้อนยังใหม่อยู่ ให้ศึกษาถึงรอยเปื้อนและวิธีขจัดที่ถูกต้อง รีบทำอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าไม่ทราบวิธีการที่ถูกต้องรีบนำไปที่ร้านซักรีดให้ช่วยจัดการให้

6.เวลาถอดเสื้อผ้าควรทำอย่างระมัดระวัง อย่ากระชากหรือดึงอย่างรุนแรง ถ้าซิปติดต้องใจเย็น ค่อย ๆ รูด ใช้ขี้ผึ้งหรือเทียนไขทาจนทำให้ซิปรูดคล่อง

7.ควรเย็บกระดุมให้แน่น อย่าปล่อยทิ้งไว้จนหลุดหายไป

8.ซ่อมรอยตะเข็บที่ปริก่อนที่มันจะขยายกว้างขึ้น

9.ควรนำเสื้อผ้าออกจากตู้มาผึ่งแดดบ้าง แล้วจึงเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้า ดังเดิม วิธีนี้จะทำให้เสื้อผ้าไม่มีกลิ่นอับ




ขจัดรอยเปื้อนบนผ้า

รอยเปื้อนบนผ้าฝ้าย บางอย่างสามารถขจัดออกก่อนซักได้ โดยใช้ฟองน้ำชุบน้ำยาขจัดรอยเปื้อน เช็ดออกตามคำแนะนำในฉลากที่ติดอยู่ที่ขวด

เสื้อเชิ้ตที่ใส่ทำงาน ชุดกีฬา ชุดชั้นในหรือผ้าม่าน นำมาแช่ทิ้งไว้ 10-20 นาที ในน้ำผสมน้ำยาซักผ้า ถ้าผ้ามีคราบสกปรกมากให้ผสมแอมโมเนีย 1/2 ถ้วยลงไปในน้ำที่แช่ผ้า

เสื้อผ้าฝ้ายสีขาว ถ้าต้องการให้ขาวยิ่งขึ้น ให้ใช้น้ำยากัดสีผ้าพวกคลอไรด์หรือเปอร์อ๊อกซี่ ใช้ตามคำแนะนำที่บอกไว้ที่ฉลากข้างขวด การลงแป้งอ่อน ๆ จะทำให้ผ้าขาวเรียบขึ้น
รอยเปื้อนสนิมบนเสื้อผ้าที่ซักได้ เช่น ผ้าฝ้ายหรือผ้าลินินสามารถทำให้รอยเปื้อนหายไปได้ ถ้าไม่ปล่อยทิ้งไว้นาน ควรนำผ้ามาชุบน้ำให้เปียกก่อน แล้วหยดน้ำมะนาวตรงรอยเปื้อนสนิม แล้วจึงนำมาซักด้วยวิธีธรรมดา

สีหรือน้ำมันขัดเงาหยดเปื้อน เสื้อผ้าที่ซักได้ ให้ขจัดออกก่อนสีจะแห้ง ใช้ฟองน้ำชุบทินเนอร์ทาบริเวณที่เปื้อนโดยเร็วขณะที่ยังเปียกอยู่นั้น แล้วใช้น้ำยาทำความสะอาดขยี้ตรงรอยเปื้อน รีบแช่ในน้ำอุ่นแล้วซักทันที
น้ำยาทาเล็บหกบนผ้า อย่ารีบร้อนเช็ดออก เพราะยาทาเล็บจะเปื้อนขยายวงออกไป น้ำยาทาเล็บนี้จะด่างติดทนกับเสื้อผ้า รีบไปที่ร้านขายยาซื้อน้ำยาเคมีที่เรียกว่า "อซีโตน" มาหยดตรงรอยเปื้อน จะทำให้คราบรอยเปื้อนหาย แล้วนำมาซักล้างด้วยวิธีธรรมดา

ถ้ามัสตาดเปื้อนเสื้อผ้าที่สวมใส่ ให้เอาไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกไซด์หรือน้ำส้มสายชูถูแล้วนำไปซักด้วยวิธีธรรมดา

ผ้าที่เปื้อนไขมัน ให้เทน้ำยาซักฟอกลงตรงรอยเปื้อน แล้วถูให้คราบไขมันออก หรือใช้น้ำยาทำความสะอาดแทนก็ได้ ล้างออกด้วยน้ำร้อนแล้วนำมาซักด้วยวิธรธรรมดา ถ้าคราบเหลือง ๆ ยังติดอยู่ สำหรับผ้าที่สีไม่ตกให้ใช้น้ำยาฟอกสีหรือไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกไซด์ เช็ดตรงรอยเปื้อนแล้วจึงนำมาซักตามปกติ

การดูแลอุปกรณ์เกี่ยวกับเสื้อผ้า


ห้องเก็บเสื้อผ้า ควรมีการจัดตู้เสื้อผ้าใหม่ และทิ้งเสื้อชุดที่ไม่ใช้เสียบ้าง นำเสื้อผ้าที่เป็นชุดมาปัดฝุ่นและผึ่งแดด ปัดฝุ่นกล่องต่าง ๆ กระเป๋าเดินทาง ที่แวนหมวก เช็ดผนังห้อง ชั้นวางของ และตะขอต่าง ๆ ใส่กระดาษหอมไว้ตามชั้น แล้ววางของไว้ให้เป็นที่เรียบร้อย

ราวตากผ้า เช็ดถูราวตากผ้าด้วยผ้าชุบน้ำบิดพอหมาด เช็ดก่อนใช้ ถ้าทำราวตากผ้าใหม่เพื่อให้เชือกตากผ้าอ่อนนุ่มไม่แห้ง ให้นำเชือกมาต้มในน้ำเดือด หลาย ๆ นาทีก่อน แล้วจึงใช้น้ำร้อนราดอีกครั้งก่อนจะนำเชือกนั้นไปขึงเป็นราวตากผ้า


ไม้หนีบผ้า ถ้าไม้หนีบผ้าสักหลาดสกปรกให้แช่ในน้ำสบู่อุ่น ๆ ถ้าเป็นไม้หนีบผ้าพลาสติคให้แช่ในน้ำสบู่อ่อน ๆ ผสมน้ำอุ่น วิธีง่าย ๆ ให้นำเอาไม้หนีบผ้าใส่ถุงตาข่ายไนล่อน แล้วแขวนเอาไว้ในน้ำสบู่ เมื่อเอาขึ้นจากน้ำสบู่ ใช้แปรงถูคราบราที่เกาะ ล้างน้ำให้สะอาด ผึ่งแดดให้แห้ง

หมวก ที่วางหมวกควรเช็ดถูให้สะอาด เมื่อใช้หมวกแล้วควรปัดฝุ่นออกให้หมด วางลงบนที่แขวนหมวก หรือเก็บใส่กล่องให้เรียบร้อย ใช้กระดาษทิชชู่สอดไว้ภายในเพื่อรักษารูปให้คงรูปทรง ควรใส่ยาป้องกันแมลงกินผ้าไว้ในกล่องด้วย

ซักผ้า ผ้าสีและผ้าขาวควรซักแยกออกจากกัน ถ้าเป็นผ้าลินินควรซักในน้ำร้อนซึ่งผสมน้ำยาซักแห้งหรือน้ำยาทำความสะอาด น้ำร้อนจะช่วยทำให้ผ้าสะอาดขึ้น เมื่ออบผ้าให้แห้งแล้วผ้าจะคงรูปทรงยิ่งขึ้น ถ้าไม่แน่ใจว่าสีจะตกหรือไม่ ให้ทดลองซักเศษผ้าหรือมุมผ้าดูประมาณ 2-3 นาที ถ้าน้ำมีสีคือสีผ้าตก ไม่ควรนำผ้ามาอบ ควรใช้วิธีนำผ้าผึ่งตาก ถ้าผ้าตกสี ให้แยกออกมาซักด้วยมือ อย่าใช้เครื่องซักผ้า ใช้สบู่อ่อน ๆ หรือน้ำยาซักผ้าผสมน้ำอุ่นค่อนข้างเย็นแล้วซักออกด้วยน้ำเย็น จากนั้นนำผ้าที่ซักแล้วห่อผ้าขนหนูม้วน เพื่อให้ซับน้ำออกมากที่สุด แล้วจึงเอาผ้าออกจากผ้าขนนหนูตากในที่ร่ม นำมารีดในขณะที่ผ้ายังชื้นอยู่นิด ๆ ใช้เต้ารีดที่ไม่ร้อนจัด